top of page

วงเงิน OD: ทางเลือกเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง พร้อมใช้เพื่อธุรกิจ

18 ส.ค.
ยาว 2 นาที
วงเงิน OD

ธุรกิจไม่ได้ขาดกำไรเสมอไป แต่อาจขาด “เงินหมุน” ในเวลาที่ต้องใช้

ธุรกิจจำนวนมากมีลูกค้า มีออเดอร์ และมียอดขาย แต่ยังสามารถเจอปัญหาสภาพคล่องได้ เพราะช่วงเวลาที่ต้องจ่ายเงินกับช่วงเวลาที่ได้รับเงินจากลูกค้าไม่ตรงกัน

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการอาจต้องซื้อวัตถุดิบวันนี้ จ่ายค่าแรงปลายเดือน และชำระค่าสินค้าให้ซัพพลายเออร์ภายใน 15 วัน แต่ลูกค้าของธุรกิจมี Credit Term 30–60 วัน

ธุรกิจจึงอาจมีรายได้และกำไร แต่เงินสดในบัญชียังไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อน

สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเงินระยะสั้นสำหรับวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าขนส่ง สินค้าคงคลัง หรือช่วงที่กำลังรอรับเงินจากลูกหนี้การค้า

หนึ่งในเครื่องมือที่ผู้ประกอบการควรรู้จักจึงคือ วงเงิน OD หรือวงเงินเบิกเกินบัญชี ซึ่งสามารถใช้เป็นวงเงินสำหรับบริหารสภาพคล่องของกิจการตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

 

วงเงิน OD คืออะไร?

OD ย่อมาจาก Overdraft หรือ “วงเงินเบิกเกินบัญชี”

ในระบบสินเชื่อสำหรับธุรกิจ วงเงินเบิกเกินบัญชีเป็นหนึ่งในประเภทวงเงินสินเชื่อที่ใช้กันอยู่ โดยมีลักษณะเป็นวงเงินที่ผู้ประกอบการได้รับตามที่ได้รับอนุมัติ และสามารถใช้วงเงินภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดเมื่อธุรกิจมีความจำเป็น

จึงแตกต่างจากสินเชื่อแบบก้อนที่มักมีจำนวนเงินและตารางการชำระที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้น

วงเงิน OD เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นรอบหรือไม่สามารถระบุวันได้แน่นอน เช่น

  •         ซื้อวัตถุดิบ

  •         เติมสินค้าเข้าสต็อก

  •         จ่ายค่าขนส่ง

  •         จ่ายค่าแรง

  •         สำรองค่าใช้จ่ายโครงการ

  •         รองรับ Credit Term ของลูกค้า

  •         ซ่อมเครื่องจักรหรืออุปกรณ์

  •         รองรับออเดอร์เร่งด่วน

  •         ใช้เป็นสภาพคล่องสำรองของกิจการ

 

จุดเด่นของวงเงิน OD คือ “มีวงเงินไว้ก่อน แล้วใช้เมื่อธุรกิจจำเป็น”

ความแตกต่างที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ประเภทวงเงินหมุนเวียน คือผู้กู้สามารถเลือกช่วงเวลาที่จะเบิกใช้สินเชื่อตามความจำเป็น ภายใต้ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และสัญญา

สำหรับเจ้าของกิจการ แนวคิดนี้มีประโยชน์เพราะความต้องการเงินทุนของธุรกิจไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันทุกเดือน

บางเดือนอาจมีเงินสดเพียงพอ แต่บางเดือนอาจมีออเดอร์ใหญ่ ต้องซื้อสินค้าเพิ่ม หรือมีลูกหนี้การค้าชำระช้ากว่าปกติ

การมีวงเงินสำรองจึงช่วยเพิ่มทางเลือกในการบริหาร Cash Flow โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มกระบวนการหาเงินทุนใหม่ทุกครั้งที่เกิดช่องว่างด้านสภาพคล่อง

 

วงเงิน OD ต่างจากสินเชื่อแบบก้อนอย่างไร?

สินเชื่อแบบก้อน

เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่รู้จำนวนเงินค่อนข้างชัดเจน เช่น

  •         ซื้อเครื่องจักร

  •         ปรับปรุงโรงงาน

  •         เปิดสาขาใหม่

  •         ซื้อรถเพื่อธุรกิจ

  •         ลงทุนโครงการระยะยาว

เมื่อได้รับสินเชื่อ เงินจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ และผู้กู้ชำระตามเงื่อนไขที่กำหนด


วงเงิน OD

เหมาะกับความต้องการเงินทุนที่ขึ้นลงตามรอบธุรกิจ เช่น

  •         เติมสต็อก

  •         หมุนค่าวัตถุดิบ

  •         รองรับรอบวางบิล

  •         ค่าใช้จ่ายระหว่างโครงการ

  •         เงินสำรองฉุกเฉิน

  •         รับออเดอร์เพิ่ม

จึงมีลักษณะเป็นเครื่องมือบริหารสภาพคล่องมากกว่าการลงทุนก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว

 

วงเงิน OD ช่วยธุรกิจเรื่อง Cash Flow ได้อย่างไร?

Cash Flow หรือกระแสเงินสด เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำเนินธุรกิจ

ธุรกิจอาจขายสินค้าได้ดี แต่ถ้าต้องสำรองค่าใช้จ่ายเป็นเวลานานก่อนรับเงิน ก็สามารถเกิดช่องว่างของกระแสเงินสดได้


ตัวอย่าง

บริษัทแห่งหนึ่งมีออเดอร์จากลูกค้าองค์กร 500,000 บาท

แต่ก่อนส่งสินค้า บริษัทต้องจ่าย

  •         ค่าวัตถุดิบ 200,000 บาท

  •         ค่าแรง 70,000 บาท

  •         ค่าขนส่ง 30,000 บาท

รวมต้องใช้เงินก่อนประมาณ 300,000 บาท

หลังส่งสินค้า ลูกค้าให้ Credit Term 60 วัน

หมายความว่าธุรกิจต้องสำรองเงิน 300,000 บาทเป็นเวลาประมาณ 2 เดือนก่อนที่จะได้รับเงินจากลูกค้า

ถ้ามีหลายออเดอร์เกิดขึ้นพร้อมกัน เงินสดของธุรกิจอาจไม่เพียงพอ แม้ยอดขายจะเติบโต

วงเงินหมุนเวียนจึงสามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับเชื่อมช่องว่างระหว่าง “วันที่ต้องจ่าย” กับ “วันที่ได้รับเงิน”

 

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับวงเงิน OD?

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับวงเงิน OD?

  1. ธุรกิจค้าส่งและจัดจำหน่าย

    ธุรกิจค้าส่งต้องซื้อสินค้าเข้าสต็อกจำนวนมากก่อนขาย โดยเฉพาะเมื่อมีโปรโมชั่นหรือได้ราคาพิเศษจากซัพพลายเออร์ วงเงินสำรองช่วยให้กิจการมีความคล่องตัวในการซื้อสินค้าโดยไม่ต้องรอเงินจากรอบขายก่อนหน้า

  2. โรงงานและธุรกิจการผลิต

    โรงงานต้องซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าแรง ค่าไฟ บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งก่อนรับเงินจากลูกค้า หากได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากกว่าปกติ ความต้องการเงินทุนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

  3. ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

    ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน เงินเดือนคนขับ และค่าซ่อมรถต้องจ่ายต่อเนื่อง ขณะที่ลูกค้าองค์กรอาจชำระตาม Credit Term วงเงินหมุนเวียนจึงสามารถใช้รองรับค่าใช้จ่ายระหว่างรอรับเงินจากลูกค้าได้

  4. ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

    ผู้รับเหมามักต้องซื้อวัสดุ จ่ายค่าแรงและผู้รับเหมาช่วงก่อนที่จะสามารถเบิกงวดงาน เมื่อมีหลายโครงการพร้อมกัน ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนยิ่งสูงขึ้น

  5. ธุรกิจนำเข้า–ส่งออก

    ธุรกิจอาจต้องจ่ายค่าสินค้า ค่าระวาง ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก่อนที่จะขายและเก็บเงินจากลูกค้าได้

  6. ธุรกิจบริการ B2B

    บริษัททำความสะอาด รักษาความปลอดภัย จัดหาแรงงาน ซ่อมบำรุง หรือบริการตามสัญญา มักต้องจ่ายค่าแรงก่อนแล้วจึงวางบิลลูกค้าในภายหลัง

  7. ร้านวัสดุก่อสร้างและคลังสินค้า

    การมีสินค้าพร้อมขายคือหัวใจสำคัญ หากสินค้าหมดในช่วงที่ลูกค้าต้องการซื้อ ธุรกิจอาจเสียยอดขายให้คู่แข่ง วงเงินสำรองจึงช่วยให้เติมสินค้าได้ตามรอบที่เหมาะสม

 

7 สถานการณ์ที่การมีวงเงิน OD อาจช่วยให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น

  • สถานการณ์ที่ 1: มีออเดอร์ แต่เงินซื้อของยังไม่พอ

    แทนที่จะปฏิเสธออเดอร์ ธุรกิจอาจใช้วงเงินสำหรับจัดซื้อสินค้าและวัตถุดิบตามความจำเป็น

  • สถานการณ์ที่ 2: ลูกค้าจ่ายช้ากว่ากำหนด

    แม้ Invoice จะครบกำหนดแล้ว แต่กระบวนการบัญชีของลูกค้าองค์กรอาจทำให้เงินเข้าช้ากว่าที่คาด วงเงินสำรองสามารถช่วยลดผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายประจำของกิจการ

  • สถานการณ์ที่ 3: ซัพพลายเออร์มีสินค้าราคาพิเศษ

    การซื้อวัตถุดิบหรือสินค้าในช่วงราคาที่เหมาะสมอาจช่วยเพิ่ม Margin แต่ต้องมีเงินพร้อมตัดสินใจ

  • สถานการณ์ที่ 4: เครื่องจักรหรือรถเสียกะทันหัน

    หากอุปกรณ์ที่สร้างรายได้หยุดทำงาน ทุกวันที่รอซ่อมอาจเท่ากับรายได้ที่หายไป

  • สถานการณ์ที่ 5: ต้องรับงานใหม่ก่อนงานเก่าจ่ายเงิน

    สถานการณ์นี้พบได้บ่อยในธุรกิจรับเหมา ขนส่ง และบริการ B2B

  • สถานการณ์ที่ 6: ยอดขายเพิ่มเร็วกว่าสภาพคล่อง

    ยอดขายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าเงินสดจะเพิ่มขึ้นทันที เพราะกิจการอาจต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าและผลิตก่อน

  • สถานการณ์ที่ 7: ต้องการมีเงินทุนสำรอง

    ผู้ประกอบการบางรายไม่ได้ขอวงเงินเพราะกำลังมีปัญหา แต่ต้องการเตรียมสภาพคล่องไว้รองรับโอกาสหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด

 

วงเงิน OD และ Working Capital ต่างกันไหม?

Working Capital หรือเงินทุนหมุนเวียนเป็นคำที่กว้างกว่า หมายถึงเงินที่กิจการใช้สำหรับดำเนินงานในชีวิตประจำวัน

ส่วน OD เป็นหนึ่งในรูปแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่สามารถนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนได้

ดังนั้นอาจสรุปง่าย ๆ ว่า

Working Capital = วัตถุประสงค์ของเงิน

ขณะที่

OD = รูปแบบหนึ่งของวงเงินที่สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว

 

MOR เกี่ยวข้องกับ OD อย่างไร?

เมื่อศึกษาสินเชื่อ OD จากธนาคาร ผู้ประกอบการอาจพบคำว่า MOR

MOR ย่อมาจาก Minimum Overdraft Rate ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงที่ใช้กับวงเงินเบิกเกินบัญชีในบางผลิตภัณฑ์ของธนาคาร

อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยจริงของแต่ละผลิตภัณฑ์และผู้สมัครอาจแตกต่างกันตามผู้ให้บริการ คุณสมบัติ ความเสี่ยง หลักประกัน และเงื่อนไขในสัญญา

ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยจริง ค่าธรรมเนียม และต้นทุนทั้งหมดก่อนตัดสินใจ ไม่ควรดูเพียงชื่ออัตราอ้างอิง

 

ก่อนเปิดวงเงิน OD ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?

  1. ดอกเบี้ยคิดจากอะไร?

    ควรถามให้ชัดเจนว่าอัตราดอกเบี้ยคำนวณจาก

    ·        ยอดที่เบิกใช้จริง

    ·        ยอดคงค้าง

    ·        หรือมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นเพิ่มเติม

  2. มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?

    ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น เช่น

    ·        ค่าธรรมเนียมจัดวงเงิน

    ·        ค่าธรรมเนียมรายปี

    ·        ค่าใช้จ่ายในการทำสัญญา

    ·        ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหลักประกัน

    ·        ค่าธรรมเนียมอื่น

  3. สามารถคืนและเบิกใช้ใหม่ได้หรือไม่?

    คำว่า “วงเงินหมุนเวียน” ของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน จึงต้องอ่านสัญญาให้ครบ

  4. วงเงินมีอายุเท่าไร?

    วงเงินบางประเภทต้องมีการทบทวนหรือพิจารณาต่ออายุเป็นระยะ

  5. ต้องใช้หลักประกันหรือผู้ค้ำหรือไม่?

    ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ วงเงิน และนโยบายของผู้ให้บริการ

  6. หากไม่ใช้วงเงิน มีค่าใช้จ่ายหรือไม่?

    ควรสอบถามประเด็นนี้โดยตรง เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีเงื่อนไขแตกต่างกัน

 

ใช้วงเงิน OD อย่างไรให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ?

ใช้กับเงินที่มีรอบกลับมาชัดเจน

ตัวอย่างเช่น ซื้อสินค้า → ขาย → รับเงิน → คืนวงเงิน

หรือ ซื้อวัตถุดิบ → ผลิต → ส่งสินค้า → รับเงิน → คืนวงเงิน

เมื่อเส้นทางของเงินชัดเจน ผู้ประกอบการสามารถวางแผนต้นทุนได้ง่ายกว่า

ไม่ควรใช้เต็มวงเงินตลอดเวลาโดยไม่มีแผน

การมีวงเงิน 1 ล้านบาทไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ครบ 1 ล้านบาท ควรใช้ตามความจำเป็นและตามความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดกลับมา

แยกเงินส่วนตัวออกจากเงินธุรกิจ

การมีบัญชีธุรกิจที่ชัดเจนช่วยให้เจ้าของกิจการมองเห็น Cash Flow จริง และช่วยให้เตรียมข้อมูลสำหรับการขอวงเงินในอนาคตได้ง่ายขึ้น


ทำ Cash Flow Forecast

ควรประมาณการเงินเข้าและเงินออกล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 เดือน เพื่อดูว่าช่วงไหนธุรกิจอาจมีช่องว่างด้านสภาพคล่อง

 

วงเงิน OD ไม่ควรใช้กับอะไร?

แม้วงเงินหมุนเวียนจะมีความยืดหยุ่น แต่ไม่ใช่เงินที่ควรนำไปใช้กับทุกเรื่อง ควรระมัดระวังการใช้วงเงินสำหรับ

  •         ค่าใช้จ่ายส่วนตัว

  •         การลงทุนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

  •         การเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูง

  •         การนำไปชำระหนี้อื่นโดยไม่มีแผนปรับโครงสร้างทางการเงิน

  •         ค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ไม่มี Cash Flow กลับมาในระยะสั้น

หากธุรกิจต้องใช้วงเงินเต็มจำนวนต่อเนื่องตลอดเวลา อาจเป็นสัญญาณว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากช่องว่างระยะสั้น แต่เกิดจากโครงสร้าง Cash Flow หรือต้นทุนของกิจการ ซึ่งควรวิเคราะห์เพิ่มเติม

 

เอกสารที่ควรเตรียมสำหรับขอวงเงินธุรกิจ

เอกสารจริงขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและประเภทผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ประกอบการสามารถเตรียมข้อมูลเบื้องต้นได้ เช่น

เอกสารเจ้าของกิจการ

  •         บัตรประชาชน

  •         เอกสารผู้มีอำนาจลงนาม

  •         เอกสารผู้ค้ำประกัน หากมี

เอกสารธุรกิจ

  •         หนังสือรับรองบริษัท

  •         ห้างหุ้นส่วนจำกัด

  •         ทะเบียนพาณิชย์

  •         เอกสารจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง

  •         รูปสถานประกอบการ

เอกสารทางการเงิน

  •         Statement บัญชีธุรกิจย้อนหลัง

  •         งบการเงิน

  •         เอกสารภาษี

  •         รายงานยอดขาย

  •         ใบสั่งซื้อ

  •         Invoice

  •         สัญญาจ้าง

  •         รายการลูกหนี้และเจ้าหนี้

ยิ่งข้อมูลกระแสเงินสดชัด ผู้พิจารณาสินเชื่อก็ยิ่งสามารถประเมินความสามารถในการชำระและความต้องการวงเงินจริงของกิจการได้ดีขึ้น

 

เตรียม Statement อย่างไรให้พร้อมก่อนขอวงเงิน OD?

Statement เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ใช้ดูพฤติกรรมกระแสเงินสดของธุรกิจ ผู้ประกอบการควร

  •         ใช้บัญชีธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

  •         นำรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ

  •         แยกบัญชีธุรกิจและบัญชีส่วนตัว

  •         หลีกเลี่ยงรายการที่อธิบายไม่ได้

  •         รักษาประวัติการชำระภาระหนี้

  •         เตรียม Statement ให้ครอบคลุมหลายเดือน

  •         สามารถอธิบายช่วงที่ยอดขายเพิ่มหรือลดผิดปกติได้

 

ควรขอวงเงิน OD เท่าไร?

ไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามว่า “ขอได้สูงสุดเท่าไร?” แต่ควรถามว่า “ธุรกิจจำเป็นต้องใช้เท่าไร?”

สามารถคำนวณคร่าว ๆ จากช่องว่างของ Cash Flow

ตัวอย่าง

ธุรกิจมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 600,000 บาท

ลูกค้าชำระเงินเฉลี่ย 45 วัน

แต่ซัพพลายเออร์ต้องชำระภายใน 15 วัน

แสดงว่ากิจการมีช่วงเวลาที่ต้องสำรองเงินประมาณ 30 วัน

จากนั้นจึงประเมินยอดเงินที่ต้องใช้ในช่วงดังกล่าว พร้อมเงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด

วิธีนี้ช่วยให้วงเงินมีขนาดเหมาะสมกับกิจการมากกว่าการขอวงเงินสูงที่สุดเท่าที่จะขอได้

 

5 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อใช้วงเงิน OD

  1. ใช้ OD เป็นรายได้ของธุรกิจ

    วงเงินสินเชื่อไม่ใช่รายได้ แต่เป็นภาระที่ต้องชำระคืน

  2. ใช้เต็มวงเงินตลอดเวลา

    หากเงินเข้ามาแล้วแต่ไม่เคยลดวงเงิน อาจสะท้อนว่าธุรกิจพึ่งพาหนี้มากเกินไป

  3. ไม่คำนวณต้นทุน

    ทุกครั้งที่ใช้วงเงินควรทราบว่าการใช้เงินนั้นสร้างผลตอบแทนมากกว่าต้นทุนทางการเงินหรือไม่

  4. ใช้แก้ปัญหาขาดทุนถาวร

    วงเงินหมุนเวียนเหมาะกับช่องว่างระยะสั้น ไม่ได้แก้ธุรกิจที่มีรายจ่ายสูงกว่ารายรับอย่างต่อเนื่อง

  5. ไม่มีเงินสำรองนอกเหนือจากวงเงิน

    ธุรกิจยังควรรักษาเงินสดสำรองของตัวเอง ไม่ควรพึ่งวงเงินสินเชื่อเพียงช่องทางเดียว

 

ปรึกษาทางเลือกเงินทุนหมุนเวียนสำหรับธุรกิจกับ Assistmoney

หากคุณเป็นเจ้าของกิจการและกำลังมองหา วงเงิน OD เงินทุนหมุนเวียน หรือวงเงินสำรองสำหรับธุรกิจ สามารถติดต่อ Assistmoney เพื่อให้ข้อมูลกิจการและประเมินความต้องการเบื้องต้นได้

เตรียมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประเภทธุรกิจ รายได้ สถานประกอบการ เอกสารจดทะเบียน และ Statement เพื่อให้สามารถประเมินความต้องการเงินทุนได้เหมาะสมกับกิจการมากขึ้น

ผลการพิจารณา วงเงิน อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หลักประกัน และเงื่อนไขต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้สมัครและหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการ ผู้ประกอบการควรอ่านรายละเอียดสัญญาและประเมินความสามารถในการชำระคืนก่อนตัดสินใจ

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

📞  โทร: 099-215-1004

🌐  เว็บไซต์: www.assistmoney8.com

ปรึกษาทางเลือกเงินทุนหมุนเวียนสำหรับธุรกิจกับ Assistmoney

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดต่อเรา
Call : 062 880 5754
อาคารออลซีซั่นส์เพลส 87
ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
กรุงเทพฯ 10330

@ Copyright 2024 by Assist Money
bottom of page