top of page

สินเชื่อ Non-Bank: ทางเลือกเงินทุนธุรกิจ เสริมสภาพคล่อง พร้อมต่อยอดทุกโอกาส

12 ต.ค.
ยาว 2 นาที
สินเชื่อ Non-Bank

โอกาสของธุรกิจมาได้ทุกเวลา แต่เงินทุนต้องพร้อมเดินตามให้ทันสินเชื่อ Non-Bank

เจ้าของกิจการจำนวนมากไม่ได้มีปัญหาจากยอดขายต่ำ แต่เจอปัญหาจากช่วงเวลาที่ต้องจ่ายเงินก่อนรับเงิน เช่น ต้องซื้อสินค้า วัตถุดิบ จ่ายค่าแรง ค่าขนส่ง หรือสำรองต้นทุนของโครงการ ขณะที่ลูกค้าชำระตามรอบวางบิลหรือ Credit Term สินเชื่อ Non-Bank

เมื่อมีออเดอร์ใหม่ โครงการใหม่ หรือโอกาสขยายกิจการเข้ามา ความต้องการเงินทุนอาจเพิ่มขึ้นทันที แม้กิจการจะมีรายได้และกำไรอยู่แล้วก็ตาม

สินเชื่อ Non-Bank จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกเงินทุนที่ผู้ประกอบการสามารถนำมาเปรียบเทียบกับสินเชื่อจากธนาคาร เพื่อเลือกโครงสร้างวงเงินที่เหมาะกับ Cash Flow วัตถุประสงค์ และจังหวะการเติบโตของธุรกิจ

 

สินเชื่อ Non-Bank คืออะไร?

Non-Bank คือผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ โดยอาจให้บริการสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินตามรูปแบบธุรกิจและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง

สำหรับธุรกิจ สินเชื่อ Non-Bank อาจถูกใช้เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียน วงเงินสำรอง เงินทุนระยะสั้น หรือทางเลือกที่เชื่อมโยงกับ Invoice และลูกหนี้การค้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และผู้ให้บริการ

ผู้ประกอบการควรพิจารณาผู้ให้บริการเป็นรายแห่ง ไม่ควรสรุปว่า Non-Bank ทุกแห่งมีเงื่อนไขเหมือนกัน เพราะอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หลักประกัน วิธีชำระ และเอกสารที่ใช้สามารถแตกต่างกันได้

 

ทำไมธุรกิจจึงควรมีมากกว่าหนึ่งทางเลือกด้านเงินทุน

  1. Cash Flow ของธุรกิจไม่ได้คงที่ทุกเดือน

    บางเดือนเงินสดอาจเพียงพอ แต่บางเดือนธุรกิจมีออเดอร์ใหญ่ ต้องซื้อวัตถุดิบเพิ่ม หรือมีลูกค้าชำระช้ากว่าปกติ การมีทางเลือกด้านเงินทุนช่วยให้กิจการวางแผนรับมือกับช่วงที่เงินหมุนตึงได้ดีขึ้น

  2. โอกาสบางอย่างมีเวลาจำกัด

    ราคาพิเศษจากซัพพลายเออร์ ออเดอร์เร่งด่วน หรือโครงการใหม่อาจไม่รอให้ธุรกิจสะสมเงินสดครบก่อน การเข้าถึงเงินทุนที่เหมาะสมจึงช่วยให้เจ้าของกิจการตัดสินใจจากโอกาสทางธุรกิจ ไม่ใช่จากข้อจำกัดด้านเงินสดเพียงอย่างเดียว

  3. รูปแบบเงินทุนแต่ละประเภทเหมาะกับวัตถุประสงค์ต่างกัน

    ค่าใช้จ่ายระยะสั้นควรใช้เงินทุนที่มีรอบชำระสอดคล้องกับเงินกลับ ขณะที่การลงทุนระยะยาว เช่น เครื่องจักรหรือการขยายพื้นที่ ควรเลือกโครงสร้างที่มีระยะเวลาชำระเหมาะกับการคืนทุน

  4. การเปรียบเทียบช่วยให้เห็นต้นทุนที่แท้จริง

    การมีตัวเลือกหลายแหล่งช่วยให้เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หลักประกัน และข้อกำหนดอื่น ก่อนตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับกิจการ

 

Bank กับ Non-Bank ต่างกันอย่างไรในมุมของผู้ประกอบการ

  • กระบวนการและเอกสาร

    ทั้งธนาคารและ Non-Bank ต้องพิจารณาความสามารถในการชำระ แต่รายละเอียดของเอกสารและวิธีวิเคราะห์อาจต่างกัน ผู้ให้บริการบางรายอาจให้น้ำหนักกับ Cash Flow ปัจจุบัน Statement หรือเอกสารการค้าของกิจการมากขึ้น

  • รูปแบบวงเงิน

    ธนาคารมักมีผลิตภัณฑ์ธุรกิจหลากหลาย ตั้งแต่วงเงิน OD ไปจนถึงสินเชื่อระยะยาว ขณะที่ Non-Bank บางรายมีผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน เช่น เงินทุนระยะสั้น หรือ Invoice Financing

  • ต้นทุน

    ต้นทุนของสินเชื่อควรพิจารณาทั้งดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรเลือกจากความเร็วหรือวงเงินเพียงอย่างเดียว

  • ความเหมาะสมกับธุรกิจ

    ไม่มีคำตอบว่าช่องทางใดดีกว่าสำหรับทุกกิจการ ทางเลือกที่เหมาะควรสัมพันธ์กับ Cash Flow ระยะเวลาที่ต้องใช้เงิน วัตถุประสงค์ และความสามารถในการชำระของธุรกิจ

 

สินเชื่อ Non-Bank ช่วยเสริมสภาพคล่องในสถานการณ์ใดได้บ้าง

  • มีออเดอร์ใหญ่ แต่ต้องซื้อของก่อน

    ธุรกิจสามารถประเมินเงินทุนสำหรับซื้อสินค้า วัตถุดิบ หรือค่าใช้จ่ายก่อนส่งมอบ โดยต้องรู้รอบที่เงินจากลูกค้าจะกลับเข้ามา

  • ลูกค้าองค์กรให้ Credit Term

    ธุรกิจ B2B อาจต้องจ่ายค่าแรงและต้นทุนก่อนรับเงินจากลูกค้า เงินทุนหมุนเวียนช่วยรองรับช่วงเวลานี้ได้ตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์

  • ต้องเติมสต็อกช่วงยอดขายดี

    กิจการค้าส่งและค้าปลีกที่มีสต็อกสูงอาจต้องซื้อสินค้าเพิ่มล่วงหน้า เพื่อรองรับช่วงพีคหรือโปรโมชั่น

  • ต้องซ่อมรถหรือเครื่องจักรเร่งด่วน

    ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอาจทำให้การดำเนินงานสะดุด การมีทางเลือกเงินทุนช่วยให้กิจการแก้ปัญหาได้โดยไม่ดึงเงินจากค่าใช้จ่ายประจำมากเกินไป

  • ต้องการรับโครงการใหม่

    ผู้รับเหมาหรือธุรกิจบริการอาจมีงานใหม่เข้ามาก่อนที่งานเดิมจะรับเงินครบ จึงต้องวางแผนเงินทุนสำหรับต้นทุนเริ่มต้น

  • ต้องการขยายกิจการ

    การเปิดสาขา เพิ่มรถ ขยายโกดัง หรือเพิ่มกำลังผลิตควรประเมินเงินลงทุนและระยะเวลาคืนทุนให้ชัดก่อนใช้สินเชื่อ

 

รูปแบบเงินทุน Non-Bank ที่ธุรกิจควรรู้จัก

  • เงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น

    เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่มีรอบเงินกลับชัดเจน เช่น ซื้อสินค้า วัตถุดิบ ค่าแรง หรือรองรับออเดอร์ใหม่ โดยควรวางแผนชำระจากรายได้ของงานหรือรอบขายที่เกี่ยวข้อง

  • วงเงินสำรองหรือวงเงิน OD ตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์

    เหมาะกับกิจการที่ต้องการมีวงเงินเตรียมไว้สำหรับช่วง Cash Flow ตึง การเบิกใช้ ต้นทุน และวิธีคืนวงเงินขึ้นอยู่กับสัญญาของผู้ให้บริการ

  • Invoice Financing / Factoring

    เหมาะกับธุรกิจที่ส่งสินค้าหรือให้บริการแล้วและมี Invoice รอรับชำระ ช่วยเปลี่ยนลูกหนี้การค้าเป็นเงินทุนหมุนเวียนตามเกณฑ์ของผู้ให้บริการ

  • สินเชื่อเพื่อขยายกิจการ

    เหมาะกับการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว เช่น เพิ่มเครื่องจักร ขยายพื้นที่ หรือเพิ่มรถ โดยควรเลือกระยะเวลาชำระให้สอดคล้องกับการคืนทุน

 

ธุรกิจประเภทไหนอาจเหมาะกับสินเชื่อ Non-Bank

  •         ผู้รับเหมาก่อสร้างและงานโครงการ

  •         ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

  •         โรงงานและธุรกิจการผลิต

  •         ธุรกิจค้าส่งและตัวแทนจำหน่าย

  •         ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก

  •         ร้านวัสดุก่อสร้างและธุรกิจที่มีสต็อกสูง

  •         ร้านอาหารขนาดใหญ่และธุรกิจบริการ

  •         บริษัทบริการ B2B ที่มี Credit Term

  •         ธุรกิจ E-Commerce ที่ต้องเติมสต็อกจำนวนมาก

  •         กิจการที่มี PO, Invoice หรือสัญญางานชัดเจน

 

ตัวอย่าง Cash Flow: ยอดขายโต แต่เงินสดอาจตึงมากขึ้น

สมมติธุรกิจได้รับออเดอร์มูลค่า 1,000,000 บาท แต่ก่อนส่งมอบต้องสำรองค่าใช้จ่ายดังนี้

  •         ค่าสินค้าและวัตถุดิบ 420,000 บาท

  •         ค่าแรง 120,000 บาท

  •         ค่าขนส่งและดำเนินงาน 70,000 บาท

  •         ค่าใช้จ่ายอื่น 40,000 บาท

รวมต้องใช้เงินก่อนประมาณ 650,000 บาท ขณะที่ลูกค้าชำระหลังส่งมอบตาม Credit Term

หากมีอีกหลายออเดอร์เข้ามาก่อนเงินรอบแรกเข้า ยอดขายอาจสูงขึ้น แต่เงินสดที่ต้องสำรองก็สูงขึ้นด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ธุรกิจเติบโตเร็วอาจต้องวางแผน Working Capital มากกว่าเดิม

 

ก่อนขอสินเชื่อ ควรคำนวณวงเงินจริงอย่างไร

  •         คำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายก่อนรับเงินจากลูกค้า

  •         ดูระยะเวลา Credit Term และรอบวางบิล

  •         หักเงินสดสำรองที่ธุรกิจสามารถใช้ได้

  •         ประเมินระยะเวลาที่เงินจะกลับเข้าบัญชี

  •         เผื่อค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอย่างเหมาะสม

  •         คำนวณต้นทุนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม

  •         เลือกวงเงินเท่าที่จำเป็นและมีแผนชำระชัดเจน

วงเงินที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องเป็นวงเงินสูงสุด แต่ควรเป็นจำนวนที่ช่วยแก้ช่องว่าง Cash Flow ได้โดยไม่สร้างภาระเกินความสามารถของกิจการ

 

เอกสารที่ควรเตรียมสำหรับประเมินสินเชื่อธุรกิจ

เอกสารจดทะเบียน

·        หนังสือรับรองบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน

·        ทะเบียนพาณิชย์ตามรูปแบบกิจการ

·        เอกสารผู้มีอำนาจลงนาม

·        เอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง หากมี

เอกสารทางการเงิน

·        Statement บัญชีธุรกิจย้อนหลัง 3-6 เดือน หรือช่วงเวลาตามเกณฑ์

·        งบการเงินล่าสุด หากมี

·        รายงานยอดขายหรือเอกสารภาษี

·        รายการลูกหนี้และเจ้าหนี้สำคัญ

เอกสารประกอบธุรกิจ

·        PO หรือใบสั่งซื้อ

·        Invoice หรือใบแจ้งหนี้

·        สัญญาจ้างหรือสัญญาซื้อขาย

·        รูปสถานประกอบการ โรงงาน ร้านค้า โกดัง หรือสำนักงาน

 

Statement ที่เป็นระบบช่วยเพิ่มความชัดเจนให้การประเมิน

Statement ช่วยแสดงรายรับ รายจ่าย และรอบ Cash Flow ของกิจการ ผู้ประกอบการควรพยายามให้ธุรกรรมหลักของธุรกิจผ่านบัญชีที่ตรวจสอบได้และสามารถอธิบายรายการสำคัญได้

  •         แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว

  •         นำรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ

  •         เก็บหลักฐานยอดเงินก้อนใหญ่

  •         สามารถอธิบายรายการโอนออกที่เกี่ยวกับต้นทุนกิจการ

  •         รักษาประวัติการชำระภาระทางการเงิน

  •         เตรียม Statement หลายเดือนเพื่อให้เห็นรอบธุรกิจจริง

 

ข้อควรตรวจสอบก่อนเลือกสินเชื่อ Non-Bank

  1. ตรวจสอบชื่อบริษัทและข้อมูลผู้ให้บริการให้ชัดเจน

  2. อ่านอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และต้นทุนรวมทั้งหมด

  3. ตรวจสอบวิธีคิดดอกเบี้ยและรอบชำระ

  4. ดูเงื่อนไขการคืนก่อนกำหนดหรือการต่ออายุวงเงิน

  5. ตรวจสอบหลักประกัน ผู้ค้ำ และเอกสารที่ต้องใช้

  6. อ่านเงื่อนไขผิดนัดและค่าปรับ

  7. อย่าโอนเงินล่วงหน้าให้บุคคลที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาตามปกติ

  8. เลือกวงเงินตามความสามารถในการชำระ ไม่ใช่ตามวงเงินสูงสุดที่ได้รับเสนอ

 

Checklist: ธุรกิจพร้อมประเมินเงินทุนหรือยัง

  •         เอกสารจดทะเบียนธุรกิจเป็นปัจจุบัน

  •         Statement ธุรกิจย้อนหลังพร้อมใช้งาน

  •         ทราบรายได้เฉลี่ยต่อเดือน

  •         รู้ค่าใช้จ่ายหลักและรอบรับเงิน

  •         มีวัตถุประสงค์การใช้เงินชัดเจน

  •         ประเมินวงเงินที่ต้องการเบื้องต้น

  •         มี PO, Invoice หรือสัญญางาน หากเกี่ยวข้อง

  •         มีรูปสถานประกอบการจริง

 

ขั้นตอนเริ่มต้นประเมินเงินทุนกับ Assistmoney

  1. แจ้งประเภทธุรกิจและจังหวัดที่ตั้งกิจการ

  2. แจ้งรายได้ต่อเดือน วัตถุประสงค์การใช้เงิน และวงเงินที่ต้องการเบื้องต้น

  3. เตรียมเอกสารจดทะเบียน Statement และรูปสถานประกอบการ

  4. ส่ง PO, Invoice หรือสัญญางานเพิ่มเติม หากมี

  5. ตรวจสอบรายละเอียด วงเงิน ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

ผลการพิจารณา วงเงิน อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หลักประกัน และเงื่อนไขต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ เอกสาร และหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการแต่ละราย


ปรึกษาทางเลือกเงินทุนธุรกิจกับ Assistmoney

เจ้าของกิจการที่ต้องการประเมินเงินทุนหมุนเวียน วงเงินสำรอง หรือทางเลือก Non-Bank สำหรับรองรับออเดอร์และต่อยอดธุรกิจ สามารถติดต่อ Assistmoney เพื่อแจ้งข้อมูลกิจการเบื้องต้นได้

เงื่อนไขและผลการพิจารณาเป็นไปตามข้อมูลและหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการ ผู้ประกอบการควรอ่านรายละเอียดสัญญาและประเมินความสามารถในการชำระก่อนตัดสินใจ

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

โทร: 099-215-1004

เว็บไซต์: www.assistmoney8.com


ปรึกษาทางเลือกเงินทุนธุรกิจกับ Assistmoney

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดต่อเรา
Call : 062 880 5754
อาคารออลซีซั่นส์เพลส 87
ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
กรุงเทพฯ 10330

@ Copyright 2024 by Assist Money
bottom of page