top of page

ใบ DBD เปลี่ยนเป็นเงินทุน

5 วันที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที
ใบ DBD เปลี่ยนเป็นเงินทุน

ใบ DBD คืออะไร และทำไมจึงสำคัญกับการประเมินเงินทุน

คำว่า “ใบ DBD” ที่ผู้ประกอบการใช้กันทั่วไป มักหมายถึงเอกสารจดทะเบียนหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เอกสารกลุ่มนี้ช่วยแสดงข้อมูลพื้นฐานของกิจการ เช่น ชื่อนิติบุคคล ประเภทกิจการ ผู้มีอำนาจลงนาม และสถานะการจดทะเบียนใบ DBD เปลี่ยนเป็นเงินทุน

สำหรับการประเมินเงินทุน เอกสาร DBD ทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นในการยืนยันว่าธุรกิจมีตัวตนตามกฎหมาย แต่ผู้ให้บริการทางการเงินยังต้องพิจารณาข้อมูลอื่นร่วมด้วย เช่น รายได้จริง กระแสเงินสด ภาระหนี้ ระยะเวลาดำเนินกิจการ และวัตถุประสงค์การใช้เงิน


ใบ DBD ที่พร้อมใช้งานควรเป็นอย่างไร

  •         ข้อมูลชื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนตรงกับข้อมูลที่ใช้สมัคร

  •         รายชื่อกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนามเป็นปัจจุบันตามทะเบียน

  •         ที่อยู่และวัตถุประสงค์กิจการสอดคล้องกับการดำเนินงานจริง

  •         เอกสารมีความใหม่ตามเกณฑ์ที่ผู้รับเอกสารกำหนด

  •         สำเนาอ่านชัดเจน และมีเอกสารประกอบอื่นพร้อมตรวจสอบ

 

“ใบ DBD เปลี่ยนเป็นเงินทุน” หมายถึงอะไรในทางปฏิบัติ

ในเชิงการตลาด คำว่า “ใบ DBD เปลี่ยนเป็นเงินทุน” สื่อถึงการนำเอกสารจดทะเบียนธุรกิจมาเป็นส่วนหนึ่งของชุดข้อมูลเพื่อขอประเมินแหล่งเงินทุน ไม่ใช่การนำใบ DBD เพียงใบเดียวไปแลกเป็นเงิน

ผู้ประกอบการที่มีเอกสาร DBD พร้อม และมีธุรกิจที่ดำเนินงานจริง สามารถจัดเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นความสามารถของกิจการได้ชัดขึ้น เช่น Statement ย้อนหลัง เอกสารรายได้ รูปสถานประกอบการ PO Invoice หรือสัญญางาน


ข้อมูล 4 กลุ่มที่ช่วยให้การประเมินเห็นภาพธุรกิจชัดขึ้น

  •         ข้อมูลตัวตนกิจการ: หนังสือรับรองหรือทะเบียนพาณิชย์

  •         ข้อมูลการเงิน: Statement รายได้ และกระแสเงินสด

  •         ข้อมูลการค้า: PO, Invoice, สัญญาจ้าง หรือใบเสนอราคา

  •         ข้อมูลการดำเนินงาน: รูปสำนักงาน โรงงาน โกดัง ร้านค้า หรือสถานประกอบการจริง

 

เจ้าของกิจการใช้เงินทุนจากการประเมินธุรกิจไปทำอะไรได้บ้าง

  1. เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน

    ใช้รองรับค่าใช้จ่ายประจำในช่วงที่เงินรับยังไม่เข้าตามรอบ เช่น ค่าแรง ค่าสินค้า ค่าวัตถุดิบ หรือค่าขนส่ง

  2. รับออเดอร์หรือโครงการใหม่

    บางธุรกิจมีงานเข้าก่อน แต่ต้องสำรองต้นทุนจำนวนมาก การมีเงินทุนที่เหมาะสมช่วยให้วางแผนรับงานได้โดยไม่ดึงเงินสดจากส่วนอื่นมากเกินไป

  3. เติมสต็อกหรือซื้อวัตถุดิบ

    ธุรกิจค้าส่ง โรงงาน และร้านค้าขนาดใหญ่ต้องมีสินค้าหรือวัตถุดิบพร้อมก่อนสร้างยอดขาย จึงอาจต้องใช้เงินทุนเพื่อรองรับรอบซื้อที่มากขึ้น

  4. รองรับ Credit Term

    เมื่อขายให้ลูกค้าองค์กรแล้วต้องรอรับเงิน สามสิบถึงหกสิบวันหรือเป็นไปตามรอบสัญญา ธุรกิจยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายก่อน จึงต้องวางแผนเงินหมุนให้เพียงพอ

  5. ขยายกิจการ

    การเพิ่มสาขา เพิ่มรถ เพิ่มเครื่องจักร เพิ่มพื้นที่คลัง หรือเพิ่มกำลังผลิต ล้วนต้องใช้เงินก่อนสร้างรายได้เพิ่ม จึงควรประเมินระยะคืนทุนและความสามารถในการชำระให้เหมาะสม

 

ธุรกิจประเภทไหนที่ควรเตรียมใบ DBD และเอกสารการเงินให้พร้อม

  •         ผู้รับเหมาก่อสร้างและงานโครงการ

  •         ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

  •         โรงงานผลิตสินค้าและ OEM

  •         ธุรกิจค้าส่งและตัวแทนจำหน่าย

  •         ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก

  •         ร้านวัสดุก่อสร้าง

  •         คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า

  •         ร้านอาหารขนาดใหญ่และธุรกิจบริการที่มีค่าใช้จ่ายประจำสูง

  •         บริษัทบริการ B2B ที่มีรอบวางบิล

  •         กิจการที่มี PO, Invoice หรือสัญญารองรับรายได้

 

เอกสารที่ควรเตรียมควบคู่กับใบ DBD

เอกสารจดทะเบียนธุรกิจ

·        หนังสือรับรองบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน

·        ทะเบียนพาณิชย์ตามรูปแบบกิจการ

·        เอกสารผู้มีอำนาจลงนาม

·        เอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง หากมี

เอกสารทางการเงิน

·        Statement บัญชีธุรกิจย้อนหลัง สามถึงหกเดือน หรือช่วงเวลาตามเกณฑ์ผู้ให้บริการ

·        งบการเงินล่าสุด หากมี

·        รายงานยอดขายหรือเอกสารภาษี

·        รายการลูกหนี้และเจ้าหนี้สำคัญ หากเกี่ยวข้อง

เอกสารการค้าและข้อมูลกิจการ

·        PO หรือใบสั่งซื้อ

·        Invoice หรือใบแจ้งหนี้

·        สัญญาจ้างหรือสัญญาซื้อขาย

·        ใบเสนอราคา หรือหลักฐานงานที่กำลังดำเนินการ

·        รูปสถานประกอบการจริง สามถึงสี่รูป หรือมากกว่าตามความเหมาะสม

 

Statement สำคัญอย่างไรเมื่อมีใบ DBD แล้ว

ใบ DBD ช่วยยืนยันตัวตนธุรกิจ แต่ Statement ช่วยแสดงพฤติกรรมเงินสดจริง ผู้พิจารณาจึงมักดูทั้งสองส่วนร่วมกัน เพื่อประเมินว่าธุรกิจมีรายได้สม่ำเสมอเพียงใด มีเงินหมุนแบบไหน และมีความสามารถรองรับภาระใหม่หรือไม่

·        ใช้บัญชีธุรกิจรับรายได้หลักให้สม่ำเสมอ

·        แยกธุรกรรมส่วนตัวออกจากบัญชีกิจการเมื่อทำได้

·        เก็บหลักฐานยอดเงินเข้าก้อนใหญ่จากลูกค้า

·        สามารถอธิบายรายการโอนออกจำนวนมาก เช่น ซื้อสินค้า วัตถุดิบ หรือจ่ายคู่ค้า

·        รักษารอบเงินคงเหลือให้สัมพันธ์กับขนาดและลักษณะกิจการ

·        เตรียม Statement หลายเดือนเพื่อให้เห็นแนวโน้ม ไม่ใช่เพียงเดือนเดียว

 

ตัวอย่าง Cash Flow: มีงาน แต่เงินยังติดอยู่ในรอบบิล

สมมติบริษัทได้รับออเดอร์มูลค่า หนึ่งล้านบาท แต่ต้องสำรองต้นทุนก่อนส่งมอบ ดังนี้

·        ค่าสินค้าหรือวัตถุดิบ สี่แสนสองหมื่นบาท

·        ค่าแรง หนึ่งแสนสองหมื่นบาท

·        ค่าขนส่งและดำเนินงาน เจ็ดหมื่นบาท

·        ค่าใช้จ่ายอื่น สี่หมื่นบาท

รวมต้องใช้เงินก่อนประมาณ หกแสนห้าหมื่นบาท ขณะที่ลูกค้าชำระหลังส่งมอบตาม Credit Term หากธุรกิจมีเงินสดสำรองไม่พอ ออเดอร์ที่ดีอาจกลับสร้างแรงกดดันต่อ Cash Flow ได้

การมีเอกสาร DBD, Statement และ PO หรือ Invoice ที่ครบถ้วน จะช่วยให้การอธิบายที่มาของความต้องการเงินทุนชัดขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติแน่นอน

 

วงเงินประเภทไหนอาจเหมาะกับธุรกิจที่มีเอกสารพร้อม

เงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น

เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่มีรอบรับเงินกลับชัด เช่น ซื้อสินค้า ซื้อวัตถุดิบ หรือสำรองค่าแรงก่อนรับเงินจากลูกค้า

วงเงิน OD หรือวงเงินสำรอง

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการวงเงินไว้รองรับช่วง Cash Flow ตึง โดยรูปแบบการเบิกใช้ ดอกเบี้ย และการคืนวงเงินขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์

Invoice Financing หรือ Factoring

เหมาะกับธุรกิจ B2B ที่ส่งสินค้า หรือให้บริการแล้ว และมี Invoice รอรับชำระจากลูกค้าองค์กร ตามเกณฑ์ของผู้ให้บริการแต่ละราย

เงินทุนเพื่อขยายกิจการ

เหมาะกับการลงทุนที่มีระยะยาวขึ้น เช่น เพิ่มเครื่องจักร เพิ่มรถ เปิดสาขา หรือขยายพื้นที่ ควรวางระยะเวลาชำระให้สัมพันธ์กับการคืนทุน

 

ก่อนขอเงินทุน ควรคำนวณวงเงินอย่างไร

  •         รวมค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายก่อนรับเงินจากลูกค้า

  •         หักเงินสดสำรองที่ธุรกิจสามารถใช้ได้โดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายประจำ

  •         ดูระยะเวลาที่เงินจะกลับเข้าบัญชีจากลูกค้า

  •         เผื่อค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในระดับที่สมเหตุสมผล

  •         พิจารณาต้นทุนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทั้งหมด

  •         เลือกวงเงินเท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

 

Checklist: มีใบ DBD แล้ว ควรเตรียมอะไรต่อ

  •         เอกสารจดทะเบียนอ่านชัดและข้อมูลเป็นปัจจุบัน

  •         Statement บัญชีธุรกิจย้อนหลังพร้อมใช้งาน

  •         ทราบรายได้เฉลี่ยต่อเดือน

  •         ทราบค่าใช้จ่ายประจำและรอบรับเงิน

  •         กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินให้ชัด

  •         กำหนดวงเงินที่ต้องการเบื้องต้นจากต้นทุนจริง

  •         เตรียม PO, Invoice หรือสัญญางาน หากมี

  •         เตรียมรูปกิจการหรือสถานประกอบการจริง

 

ขั้นตอนเริ่มต้นประเมินเงินทุนกับ Assistmoney

  1. แจ้งชื่อและเบอร์ติดต่อกลับ พร้อมประเภทธุรกิจและจังหวัด

  2. แจ้งรายได้โดยประมาณและวัตถุประสงค์การใช้เงิน

  3. ส่งเอกสาร DBD หรือเอกสารจดทะเบียนที่เกี่ยวข้อง

  4. เตรียม Statement และรูปกิจการประกอบการประเมิน

  5. ส่ง PO, Invoice หรือสัญญางานเพิ่มเติม หากมี

  6. ตรวจสอบรายละเอียด วงเงิน อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

Assistmoney ไม่มีการให้ลูกค้าโอนเงินก่อนพิจารณา ทั้งนี้ผลการพิจารณา วงเงิน อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หลักประกัน และเงื่อนไขต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ เอกสาร และหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการแต่ละราย


ปรึกษาทางเลือกเงินทุนธุรกิจกับ Assistmoney

เจ้าของกิจการที่มีใบ DBD หรือเอกสารจดทะเบียน และต้องการประเมินเงินทุนหมุนเวียน วงเงินสำรอง หรือเงินทุนสำหรับรองรับออเดอร์ สามารถติดต่อ Assistmoney เพื่อแจ้งข้อมูลกิจการเบื้องต้นได้

ปรึกษาฟรี และไม่มีการให้ลูกค้าโอนเงินก่อนพิจารณา เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทและผู้ให้บริการกำหนด

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

โทร: 099-215-1004

เว็บไซต์: www.assistmoney8.com


ปรึกษาทางเลือกเงินทุนธุรกิจกับ Assistmoney

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดต่อเรา
Call : 062 880 5754
อาคารออลซีซั่นส์เพลส 87
ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
กรุงเทพฯ 10330

@ Copyright 2024 by Assist Money
bottom of page