top of page

ใบ DBD เปลี่ยนเป็นเงินทุน: ใช้ข้อมูลธุรกิจต่อยอดสินเชื่อ เพิ่มสภาพคล่องให้กิจการ

2 วันที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที
ใบ DBD เปลี่ยนเป็นเงินทุน

ใบ DBD ไม่ใช่แค่เอกสารจดทะเบียน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของข้อมูลธุรกิจใบ DBD เปลี่ยนเป็นเงินทุน

สำหรับเจ้าของกิจการ ใบ DBD หรือเอกสารจดทะเบียนธุรกิจเป็นหนึ่งในเอกสารพื้นฐานที่ช่วยยืนยันข้อมูลของกิจการ เช่น ชื่อนิติบุคคล ที่ตั้ง ทุนจดทะเบียน กรรมการ และวัตถุประสงค์ของบริษัท ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้พิจารณาเห็นโครงสร้างธุรกิจได้ชัดขึ้นใบ DBD เปลี่ยนเป็นเงินทุน

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ใบ DBD เปลี่ยนเป็นเงินทุน” ไม่ได้หมายความว่านำเอกสาร DBD ไปแลกเป็นเงินได้โดยตรง แต่หมายถึงการนำข้อมูลจดทะเบียนมาประกอบกับ Statement รายได้ เอกสารการค้า และข้อมูลการดำเนินกิจการ เพื่อประเมินความเหมาะสมของวงเงินสินเชื่อธุรกิจ

เมื่อข้อมูลธุรกิจครบและตรวจสอบได้ ผู้ประกอบการก็สามารถนำเสนอภาพรวมของกิจการได้เป็นระบบมากขึ้น ซึ่งช่วยให้การประเมินเงินทุนสอดคล้องกับสถานการณ์จริงของธุรกิจ

 

ใบ DBD คืออะไร และข้อมูลใดมีประโยชน์ต่อการประเมินสินเชื่อ

เอกสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าช่วยแสดงข้อมูลสำคัญของนิติบุคคลหรือกิจการจดทะเบียน ผู้ให้บริการทางการเงินมักใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบตัวตนและโครงสร้างของธุรกิจ

  •         ชื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน และเลขทะเบียนนิติบุคคล

  •         วันที่จดทะเบียนและสถานะของกิจการ

  •         ที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสถานประกอบการ

  •         ทุนจดทะเบียน

  •         รายชื่อกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม

  •         วัตถุประสงค์และประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนไว้

ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพิจารณา ยังต้องดูรายได้ Cash Flow ภาระทางการเงิน และความสามารถในการชำระร่วมด้วย

 

จากข้อมูล DBD สู่การต่อยอดสินเชื่อธุรกิจ ต้องมีอะไรเพิ่มเติม

  1. Statement บัญชีธุรกิจ

    Statement ช่วยให้เห็นเงินเข้า เงินออก ความสม่ำเสมอของรายได้ ยอดคงเหลือ และรูปแบบการหมุนเวียนเงินจริงของกิจการ จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ควบคู่กับเอกสาร DBD

  2. รายได้และยอดขายของกิจการ

    ผู้ประกอบการควรสรุปรายได้เฉลี่ยต่อเดือน แหล่งรายได้หลัก และสัดส่วนลูกค้ารายสำคัญ เพื่อให้เห็นขนาดธุรกิจและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด

  3. PO, Invoice หรือสัญญางาน

    เอกสารการค้าช่วยแสดงงานที่มีอยู่จริง เช่น ใบสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้ หรือสัญญาว่าจ้าง โดยเฉพาะธุรกิจ B2B ที่มีรอบ Credit Term

  4. รูปสถานประกอบการและทรัพย์สินที่ใช้ดำเนินงาน

    ภาพโรงงาน โกดัง ร้านค้า สำนักงาน รถขนส่ง หรือเครื่องจักร ช่วยยืนยันว่ากิจการมีการดำเนินงานจริงและทำให้เห็นลักษณะธุรกิจชัดขึ้น

  5. วัตถุประสงค์การใช้เงิน

    ควรระบุว่าต้องการเงินเพื่อซื้อวัตถุดิบ เติมสต็อก สำรองค่าแรง รับออเดอร์ใหม่ หรือขยายกำลังการผลิต เพราะวัตถุประสงค์ที่ชัดช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์เงินทุนได้เหมาะสมขึ้น

 

ข้อมูลธุรกิจที่พร้อม ช่วยเพิ่มความพร้อมด้านเงินทุนอย่างไร

  •         ช่วยให้ตรวจสอบตัวตนและโครงสร้างกิจการได้ง่ายขึ้น

  •         ช่วยให้เห็นรายได้และ Cash Flow ของธุรกิจชัดเจนขึ้น

  •         ช่วยประเมินความต้องการเงินทุนตามรอบธุรกิจได้ใกล้เคียงความจริง

  •         ช่วยเชื่อมข้อมูลจาก DBD กับ Statement และเอกสารการค้า

  •         ช่วยให้ผู้ประกอบการเปรียบเทียบวงเงินและเงื่อนไขได้เป็นระบบ

  •         ช่วยเตรียมธุรกิจให้พร้อมเมื่อมีออเดอร์หรือโครงการใหม่เข้ามา

 

ตัวอย่าง: ธุรกิจมี DBD และออเดอร์ แต่ Cash Flow ยังตึง

สมมติบริษัทผลิตสินค้าได้รับคำสั่งซื้อ 900,000 บาท แต่ต้องสำรองต้นทุนก่อนส่งมอบ ดังนี้

  •         ค่าวัตถุดิบ 360,000 บาท

  •         ค่าแรงและค่าใช้จ่ายการผลิต 140,000 บาท

  •         ค่าบรรจุภัณฑ์และขนส่ง 70,000 บาท

  •         ค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น 50,000 บาท

รวมเงินที่ต้องสำรองประมาณ 620,000 บาท ขณะที่ลูกค้าชำระหลังส่งมอบตาม Credit Term หากบริษัทมีเอกสาร DBD, Statement และ PO พร้อม ผู้ประกอบการจะสามารถอธิบายความต้องการเงินทุนได้ชัดเจนกว่าการใช้เอกสารจดทะเบียนเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า “ข้อมูลธุรกิจ” คือสิ่งที่เชื่อมใบ DBD เข้ากับความต้องการสภาพคล่องจริงของกิจการ

 

ธุรกิจประเภทใดเหมาะกับการเตรียม DBD และข้อมูลไว้ประเมินเงินทุน

  •         โรงงานและธุรกิจการผลิต

  •         ผู้รับเหมาก่อสร้างและงานระบบ

  •         ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

  •         ธุรกิจค้าส่งและตัวแทนจำหน่าย

  •         ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก

  •         ร้านวัสดุก่อสร้างและธุรกิจที่มีสต็อก

  •         คลินิก ร้านยา และธุรกิจบริการที่จดทะเบียน

  •         ร้านอาหารหรือกิจการที่มีหลายสาขา

  •         ธุรกิจ B2B ที่มี PO, Invoice หรือสัญญางาน

 

เอกสารที่ควรเตรียมก่อนส่งข้อมูลประเมิน

เอกสารจดทะเบียน

·        หนังสือรับรองบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน

·        ทะเบียนพาณิชย์ตามรูปแบบกิจการ

·        เอกสารผู้มีอำนาจลงนาม

·        เอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง หากมี

เอกสารทางการเงิน

·        Statement บัญชีธุรกิจย้อนหลัง 3-6 เดือน หรือช่วงเวลาตามเกณฑ์

·        งบการเงินล่าสุด หากมี

·        สรุปรายได้เฉลี่ยต่อเดือน

·        รายการลูกหนี้และเจ้าหนี้สำคัญ หากเกี่ยวข้อง

เอกสารประกอบงาน

·        PO หรือใบสั่งซื้อ

·        Invoice หรือใบแจ้งหนี้

·        สัญญาจ้างหรือสัญญาซื้อขาย

·        รูปสถานประกอบการ 3-4 ภาพ

·        ข้อมูลวงเงินที่ต้องการและวัตถุประสงค์การใช้เงิน

 

Statement ควรเตรียมอย่างไรให้สะท้อนธุรกิจจริง

แม้มีใบ DBD พร้อม แต่ Statement ยังเป็นข้อมูลหลักที่ช่วยสะท้อนความสามารถในการหมุนเงิน ผู้ประกอบการจึงควรจัดบัญชีให้สอดคล้องกับกิจการจริง

  •         ใช้บัญชีธุรกิจรับรายได้หลักอย่างต่อเนื่อง

  •         แยกธุรกรรมส่วนตัวออกจากบัญชีกิจการ

  •         เก็บหลักฐานยอดเงินเข้าหรือออกก้อนใหญ่

  •         สามารถอธิบายรายได้จากลูกค้ารายสำคัญได้

  •         เตรียม Statement หลายเดือนเพื่อให้เห็นรอบรายได้และค่าใช้จ่าย

  •         รักษาเงินคงเหลือและสภาพคล่องให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจ

 

รูปแบบเงินทุนที่อาจใช้ข้อมูลธุรกิจประกอบการประเมิน

เงินทุนหมุนเวียน

เหมาะกับการซื้อวัตถุดิบ เติมสต็อก จ่ายค่าแรง หรือรองรับค่าใช้จ่ายระหว่างรอรับเงินจากลูกค้า

วงเงิน OD หรือวงเงินสำรอง

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการมีวงเงินไว้ใช้ตามช่วง Cash Flow โดยรายละเอียดการเบิกใช้และต้นทุนขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

Invoice Financing หรือ Factoring

เหมาะกับธุรกิจ B2B ที่มี Invoice รอรับชำระ สามารถใช้ข้อมูลลูกหนี้และเอกสารการค้าเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาตามเกณฑ์

เงินทุนเพื่อขยายกิจการ

เหมาะกับแผนเพิ่มเครื่องจักร ขยายโกดัง เพิ่มสาขา หรือเพิ่มกำลังดำเนินงาน โดยควรวางระยะเวลาชำระให้สัมพันธ์กับการคืนทุน

 

Checklist: ก่อนใช้ข้อมูล DBD ต่อยอดสินเชื่อ

  •         เอกสาร DBD หรือหนังสือรับรองกิจการเป็นปัจจุบันตามเกณฑ์ผู้รับเอกสาร

  •         ชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลกรรมการสอดคล้องกับเอกสารอื่น

  •         มี Statement ธุรกิจย้อนหลังพร้อมใช้งาน

  •         ทราบรายได้เฉลี่ยและค่าใช้จ่ายหลักต่อเดือน

  •         มี PO, Invoice หรือสัญญางาน หากเกี่ยวข้อง

  •         มีรูปกิจการหรือสถานประกอบการจริง

  •         กำหนดวงเงินและวัตถุประสงค์การใช้เงินเบื้องต้น

  •         เข้าใจต้นทุน ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

 

ขั้นตอนเริ่มต้นประเมินเงินทุนกับ Assistmoney

  1. แจ้งประเภทธุรกิจและจังหวัดที่ตั้งกิจการ

  2. ส่งรูปกิจการ 3-4 ภาพ หรือเอกสารจดทะเบียนเพื่อประเมินเบื้องต้น

  3. แจ้งรายได้เฉลี่ยต่อเดือน วงเงินที่ต้องการ และวัตถุประสงค์การใช้เงิน

  4. เตรียม Statement 3-6 เดือน และเอกสารการค้าเพิ่มเติมหากมี

  5. ตรวจสอบรายละเอียดวงเงิน ต้นทุน และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

ผลการพิจารณา วงเงิน อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ เอกสาร และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เอกสารครบไม่ได้หมายความว่าอนุมัติแน่นอน


ปรึกษาทางเลือกเงินทุนธุรกิจกับ Assistmoney

เจ้าของกิจการจดทะเบียนที่ต้องการประเมินเงินทุนหมุนเวียน วงเงินสำรอง หรือทางเลือกสำหรับเสริมสภาพคล่อง สามารถติดต่อ Assistmoney เพื่อแจ้งข้อมูลกิจการเบื้องต้นได้

ไม่มีการให้ลูกค้าโอนเงินก่อนพิจารณา และควรตรวจสอบรายละเอียดสัญญา ต้นทุน และเงื่อนไขทุกครั้งก่อนตัดสินใจ

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

โทร: 099-215-1004

LINE: @assist88

เว็บไซต์: www.assistmoney8.com


ปรึกษาทางเลือกเงินทุนธุรกิจกับ Assistmoney

 
 
 

ความคิดเห็น


ติดต่อเรา
Call : 062 880 5754
อาคารออลซีซั่นส์เพลส 87
ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
กรุงเทพฯ 10330

@ Copyright 2024 by Assist Money
bottom of page